เรื่อยๆเปื่อยๆ

posted on 16 Aug 2010 13:24 by rinn7152

 

.

เขียนถึงความคุ้นเคยไปสามเอนทรี่แล้ว จนจะกลายเป็นซีรี่ส์รักๆของเกาหลีไปแล้วล่ะ ก่อนที่จะน่าเบื่อไปมากกว่านี่ ฉันเขียนบันทึกเรื่องอื่นบ้างดีกว่า เหมือนจะเป็นคนขยันอัพบล็อกน่ะ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่หรอก ถ้าขยันเขียนบันทึกน่ะใช่ ฉันเขียนบันทึกลงในคอมเกือบจะทุกวันนั่นล่ะ บางทีก็วันล่ะหลายๆเรื่องด้วย

ก็ต้องเลือกๆเอาที่ไม่เพ้อเจ้อมากไปจนรับไม่ได้มาลงบล็อก (แต่ส่วนใหญ่มันก็เพ้อเจ้อนั่นล่ะ) ยิ่งช่วงนี้มาอยู่กรุงเทพฯก็เหมือนจะมีเวลาว่างมากขึ้น ฉันก็เขียนโน่นเขียนนี่ของตัวเองไปเรื่อย เออ..แต่ช่วงนี้น้อยลงแล้ว เพราะไปติดชอบดูหนังแผ่นแทน พอดีไปเจอร้านที่ขายไม่แพงเลยซื้อมาหลายเรื่อง แล้วก็ดูติดๆกันไปเลย ดูมันทุกแนวนั่นล่ะ

ฉันว่านั่งๆนอนดูหนังดีกว่าไปท่องเว็บรับรู้เรื่องโน้นเรื่องนี้ให้ปวดหัวน่ะ โลกในอินเทอร์เน็ตก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียอยู่ที่เราจะเลือกรับเอาแบบไหนมาใส่หัวตัวเอง ฉันก็โตพอที่จะแยกแยะอะไรได้แล้ว แต่มันก็ไม่เป็นแบบนั้นน่ะสิ เพราะฉันดันเอาเรื่องในโลกออนไลน์มารวมกับเรื่องในชีวิตจริงจนจะแยกมันออกจากกันไม่ได้อยู่แล้ว นึกๆไปก็เหมือนกับเด็กติดเกมเลยอ่ะ

จะว่าไปแล้วก็ทุกวันนี้จะโลกจริงกับโลกออนไลน์มันก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่หรอกน่ะ ก็แค่เปลี่ยนสถานที่จากการรู้จักกันที่ป้ายรถเมล์ ร้านอาหาร ร้านหนังสือ ห้องเรียน ที่ทำงาน ฯล มาเป็นรู้จักกันในโลกออนไลน์เท่านั้นเอง

เพราะเทคโนโลยีเข้ามาใกล้ตัวเรามากขึ้น นั่นก็เท่ากับนำคนที่เคยแปลกหน้าเข้ามาให้ทักทายทำความรู้จักกัน จนกระทั่งจากคนแปลกหน้าก็กลายเป็นความสนิทสนมคุ้นเคย เป็นเพื่อนกันไปในที่สุด ถ้ารู้จักกันให้พอดีหรือดีพอที่จะเรียนรู้นิสัยกันมากขึ้น ทีนี้ก็อยู่ที่เราแล้วล่ะว่า จะเลือกคบหากันต่อ หรือจะหยุดอยู่แค่โลกจริงกับโลกออนไลน์ ก็ไม่น่าจะมีอะไรเสียหายถ้าคิดได้แบบนี้ (มั้งน่ะ) แต่ฉันเองขอหยุดไว้แค่นี้ก่อนดีกว่าเพราะรู้สึกว่านอกจากตัวเองจะเอาทุกอย่างมาปนเปกันจนชีวิตตัวเองสับสนแล้ว ยังมีผลกระทบไปให้คนอื่นๆที่ฉันรู้จักได้รับผลอันนี้ไปด้วย แล้วฉันก็ยังทำอะไรไม่ได้นอกจากรู้สึกว่าตัวเองนี่มันแย่จริงๆ แต่อะไรที่เกิดขึ้นแล้วฉันก็ไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้อีกในตอนนี้ (พูดเห็นแก่ตัวได้อีกน่ะเนี่ยตรู) -*-

ส่วนอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ฉันเองก็ยังไม่รู้ แต่ตอนนี้พักไว้แค่นี้ก่อนดีกว่า ทั้งหมดก็มาจากตัวฉันเองนั่นล่ะ ที่ทำตัวเหมือนเด็กติดเกมจนเลิกไม่ได้ ฮ่วย..ไม่รู้จะใช้อะไรแทนคำว่าติดเกม พอดีมีพี่คนนึงที่เคยได้พูดคุยกันใช้คำนี้ ขอยืมมาใช้ด้วยน่ะค่ะ

แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็มีอย่างนึงที่คิดว่าไม่ได้มีเส้นแบ่งของคำว่า โลกจริงกับโลกออนไลน์น่ะ ก็ความรู้สึกของคนเรานี่ไง ไม่ว่าจะพบเจอกับอะไรในสถานการณ์ไหนๆ สิ่งที่เป็นจริงที่สุดและปฏิเสธไม่ได้ก็คือ ความรู้สึกนี่ล่ะน่ะฉันว่า เฮ้อ..แต่ก็นั่นล่ะตอนนี้ขออยู่เฉยๆกับโลกแคบๆของตัวเองกับความคุ้นเคยของตัวเองดีกว่า อืมม์..กล้าใช้คำนี้ด้วยวุ๊ยย ความคุ้นเคยของตัวเอง  ^^  

 

 

Comment

Comment:

Tweet